วัตถุมงคล รุ่น พยัคฆ์ขันติโก หลวงปู่สอ ขันติโก วัดโพธิ์ศรี ตำบลรามราช อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
หลวงปู่สอ ขันติโก ท่านมีนามเดิมว่า สอ แก้วดี เกิดที่บ้านบะหว้า ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ท่านเกิดในตระกูลชาวนา เกิดเมื่อวันเสาร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2448 ตรงกับแรม 2 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง บิดาชื่อ คุณพ่อเพ็ง เป็นชาวลาว มารดาชื่อ คุณแม่จันทร์ แม่พี่น้องร่วมกันอยู่ 6 คน
1. นายสุ เพียมา เสียชีวิตแล้ว
2. นายสอ แก้วดี (หลวงปู่สอ ขันติโก)
3. นายสาน บุญรักษา เสียชีวิตแล้ว
- พี่น้องต่างบิดาอีก 3 คน
4. นางจูม กัณหา เสียชีวิตแล้ว
5. นางเจียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว
6. นางเฮียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว
เมื่อแรกเกิดหลวงปู่ท่านเล่าให้ฟังว่า แม่ของท่านบอกว่าตอนหลวงปู่เกิด สายรกพันคอ จะได้บวชเป็นแน่ ตอนท่านยังเด็กเป็นคนอุปนิสัยชอบทำบุญ งดเว้นการฆ่าสัตว์ มักชวนแม่ของท่านเข้าวัดไปฟังพระท่านเทศอยู่บ่อยครั้ง จนวันนึงแม่ของท่านพาไปกราบพระธาตุท่าอุเทนจึงได้พบกับหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปัณโณ ผู้สร้างพระธาตุท่านอุเทน แม่ท่านจึงฝากตัวท่านให้เป็นลูกศิษย์และได้ติดตามหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปัญโณ อยู่รับใช้หลวงปู่สีทัตถ์ หลวงปู่สีทัตถ์จึงบวชเณรให้เด็กชายสอ แก้วดี เล่าเรียนวิชาต่างๆจากท่าน ธรรมน้อย ธรรมใหญ่ มูลกัจจาย กรรมฐาน ติดตามท่านเป็นเวลาหลายปี จนแตกฉานในพระธรรมวินัย บาลี
อุปสมบท
ได้ทำการบรรพชาอุปสมบท เมื่อปี 2468 อายุ 20 ปี โดยมีหลวงปู่สีทัตถ์เป็นพระอุปัชฌาย์ และยังอยู่รับใช้หลวงปู่สีทัตถ์ ท่านได้เห็นญาณบารมีของพระอาจารย์ของท่าน เมื่อมีอุบาสก อุบาสิกา เข้ากราบพ่อแม่ญาครูสีทัตถ์ เหล่าลูกศิษย์ ได้ถามกับท่านว่า อัญญาครูอยากฉันหยังครับมื้ออื่นสิเฮ็ดมาถวาย หลวงปู่สีทัตถ์ตอบ แม่นหยังกะได้ดอก แต่เหล่าลูกศิษย์ก็คะยั้นคะคอ จะให้ท่านตอบให้ได้ ท่านจึงบอกว่าแกงหน่อไม้กะได้ เหล่าลูกศิษย์จึงตอบว่ามันบ่แม่นฤดูครับ ยามแล้งบ่มีพอสิได้แกง หลวงปู่สีทัตถ์ตอบ พากันไปเบิ่งโลดนำสุ่มหน่อไม้มันมีหลาย เหล่าลูกศิษย์พากันมองหน้ากันยกใหญ่ แล้วกระซิบกันว่ามันบ่มีดอกเมื่อวานกะไปมาแล้ว แต่หลวงปู่สีทัตถ์กะเอ่ยบอกว่า เมื่อวานบ่มี มื้อนิมีไปเอามาแกงโลดเด้อ เหล่าลูกศิษย์จึงตกใจท่านได้ยินได้อย่างไร พอออกจากวัด ชาวบ้านจึงพากันไปดู ปรากฏว่ามีหน่อไม้เต็มไปหมด ต่างพากันยกมือสาธุๆขึ้นหัว แล้วนำหน่อไม้ออกมาแกง ในวันรุ้งขึ้นนำมาถวายหลวงปู่สีทัตถ์ ชาวบ้านจึงพากันถามกับหลวงปู่สีทัตถ์ว่า หน่อไม้มาจากไหนครับ หลวงปู่สีทัตถ์ตอบ กะมาจากกอมันนั่นละ และอีกมากมายหลายเรื่องๆ (สามารถหาอ่านได้จากประวัติหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปัญโณ) ครูบาสอในขณะนั้นจึงคิดในใจด้วยญาณบารมีของท่านอาจารย์โดยแท้ จึงทำให้ท่านอยากเหล่าเรียนทางวิชาคาถา อาคม จากหลวงปู่สีทัตถ์ จนแตกฉานในทุกอย่าง ท่านอยู่ ร่วมสร้างพระบาทโพนสันกับหลวงปู่สีทัตถ์เป็นระยะเวลาหนึ่งจึงได้ออกธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆตามป่าเขา ถ้ำภูผาต่างๆ มักเจอกับสัตว์ร้าย เสือ ช้าง บ่อยครั้ง ท่านเล่าว่ามันมักมานั่งเฝ้า เวลาท่านนั่งสมาธิ ท่านก็จะแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์เหล่านั้นเป็นประจำ ท่านออกธุดงค์ข้ามไปมาทั้งฝั่งไทยและลาวเสาะแสวงหาสถานที่ปลีกวิเวก เป็นเวลา 10 ปี จนได้ทราบข่าวอาการป่วยของโยมแม่ ในขณะนั่นหลวงปู่มีอายุ 32 ปี พรรษา 12 จึงรีบเดินทางมาดูแลแม่ผู้ให้กำเหนิด โดยท่านได้ทำการลาสิขาออกมาดูแลแม่ท่าน จนถึงวาระสุดท้ายของคุณแม่จันทร์ ประมาณครึ่งปี หลวงปู่จึงได้เข้าบรรพชาใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้ท่านก็ออกธุดงค์ข้ามไปยังฝั่งลาว บ้านบุ่ง ท่านจำพรรษาเพื่อพัฒนาวัดบ้านบุ่งอยู่หลายปี ก็ออกเดินทางไปพบหลวงปู่สีทัตถ์อีกครั้งเฝ้าอุปฐาก อยู่กับท่านจนหลวงปู่สีทัตถ์ละสังขาร ท่านบอกคุณครูบาอาจารย์ เราระลึกถึงท่านเสมอ เมื่อแล้วเสร็จจากทุกสิ่งแล้ว ท่านก็กับมาที่ฝั่งไทย มาจำพรรษาที่ วัดโพธิ์ศรี บ้านบะหว้า ต.รามราช .ท่าอุเทน จ.นครพนม ในขณะนั้นยังมีครูบาอาจารย์ที่เป็นทั้งสหธรรมมิกและศิษย์ผู้พี่หลายๆท่าน ท่านเหล่าว่าท่านมักจะไปกราบ และอุปฐาก หลวงปู่สนธิ์ ท่าดอกแก้ว ศิษย์ผู้ใหญ่ในองค์หลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปัณโณ ซึ่งมีศักดิ์เป็นศิษย์ผู้พี่ของท่าน แต่ท่านก็ยกให้เป็นอาจารย์อีกท่านหนึ่งของท่าน เลยทีเดียว นอกเหนือจากหลวงปู่สนธิ์แล้ว ยังมีหลวงปู่คาร คันธิโย หลวงปู่จันทร์ เขมมิโย วัดศรีเทพ ผู้เป็นศิษย์ผู้พี่. ขอศึกษากับท่านอยู่เป็นระยะ.
ผู้เรียบเรียง เอก นครพนม
หลวงปู่สอ ขันติโก ท่านมีนามเดิมว่า สอ แก้วดี เกิดที่บ้านบะหว้า ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ท่านเกิดในตระกูลชาวนา เกิดเมื่อวันเสาร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2448 ตรงกับแรม 2 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง บิดาชื่อ คุณพ่อเพ็ง เป็นชาวลาว มารดาชื่อ คุณแม่จันทร์ แม่พี่น้องร่วมกันอยู่ 6 คน
1. นายสุ เพียมา เสียชีวิตแล้ว
2. นายสอ แก้วดี (หลวงปู่สอ ขันติโก)
3. นายสาน บุญรักษา เสียชีวิตแล้ว
- พี่น้องต่างบิดาอีก 3 คน
4. นางจูม กัณหา เสียชีวิตแล้ว
5. นางเจียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว
6. นางเฮียง รามศรี เสียชีวิตแล้ว
เมื่อแรกเกิดหลวงปู่ท่านเล่าให้ฟังว่า แม่ของท่านบอกว่าตอนหลวงปู่เกิด สายรกพันคอ จะได้บวชเป็นแน่ ตอนท่านยังเด็กเป็นคนอุปนิสัยชอบทำบุญ งดเว้นการฆ่าสัตว์ มักชวนแม่ของท่านเข้าวัดไปฟังพระท่านเทศอยู่บ่อยครั้ง จนวันนึงแม่ของท่านพาไปกราบพระธาตุท่าอุเทนจึงได้พบกับหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปัณโณ ผู้สร้างพระธาตุท่านอุเทน แม่ท่านจึงฝากตัวท่านให้เป็นลูกศิษย์และได้ติดตามหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปัญโณ อยู่รับใช้หลวงปู่สีทัตถ์ หลวงปู่สีทัตถ์จึงบวชเณรให้เด็กชายสอ แก้วดี เล่าเรียนวิชาต่างๆจากท่าน ธรรมน้อย ธรรมใหญ่ มูลกัจจาย กรรมฐาน ติดตามท่านเป็นเวลาหลายปี จนแตกฉานในพระธรรมวินัย บาลี
อุปสมบท
ได้ทำการบรรพชาอุปสมบท เมื่อปี 2468 อายุ 20 ปี โดยมีหลวงปู่สีทัตถ์เป็นพระอุปัชฌาย์ และยังอยู่รับใช้หลวงปู่สีทัตถ์ ท่านได้เห็นญาณบารมีของพระอาจารย์ของท่าน เมื่อมีอุบาสก อุบาสิกา เข้ากราบพ่อแม่ญาครูสีทัตถ์ เหล่าลูกศิษย์ ได้ถามกับท่านว่า อัญญาครูอยากฉันหยังครับมื้ออื่นสิเฮ็ดมาถวาย หลวงปู่สีทัตถ์ตอบ แม่นหยังกะได้ดอก แต่เหล่าลูกศิษย์ก็คะยั้นคะคอ จะให้ท่านตอบให้ได้ ท่านจึงบอกว่าแกงหน่อไม้กะได้ เหล่าลูกศิษย์จึงตอบว่ามันบ่แม่นฤดูครับ ยามแล้งบ่มีพอสิได้แกง หลวงปู่สีทัตถ์ตอบ พากันไปเบิ่งโลดนำสุ่มหน่อไม้มันมีหลาย เหล่าลูกศิษย์พากันมองหน้ากันยกใหญ่ แล้วกระซิบกันว่ามันบ่มีดอกเมื่อวานกะไปมาแล้ว แต่หลวงปู่สีทัตถ์กะเอ่ยบอกว่า เมื่อวานบ่มี มื้อนิมีไปเอามาแกงโลดเด้อ เหล่าลูกศิษย์จึงตกใจท่านได้ยินได้อย่างไร พอออกจากวัด ชาวบ้านจึงพากันไปดู ปรากฏว่ามีหน่อไม้เต็มไปหมด ต่างพากันยกมือสาธุๆขึ้นหัว แล้วนำหน่อไม้ออกมาแกง ในวันรุ้งขึ้นนำมาถวายหลวงปู่สีทัตถ์ ชาวบ้านจึงพากันถามกับหลวงปู่สีทัตถ์ว่า หน่อไม้มาจากไหนครับ หลวงปู่สีทัตถ์ตอบ กะมาจากกอมันนั่นละ และอีกมากมายหลายเรื่องๆ (สามารถหาอ่านได้จากประวัติหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปัญโณ) ครูบาสอในขณะนั้นจึงคิดในใจด้วยญาณบารมีของท่านอาจารย์โดยแท้ จึงทำให้ท่านอยากเหล่าเรียนทางวิชาคาถา อาคม จากหลวงปู่สีทัตถ์ จนแตกฉานในทุกอย่าง ท่านอยู่ ร่วมสร้างพระบาทโพนสันกับหลวงปู่สีทัตถ์เป็นระยะเวลาหนึ่งจึงได้ออกธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆตามป่าเขา ถ้ำภูผาต่างๆ มักเจอกับสัตว์ร้าย เสือ ช้าง บ่อยครั้ง ท่านเล่าว่ามันมักมานั่งเฝ้า เวลาท่านนั่งสมาธิ ท่านก็จะแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์เหล่านั้นเป็นประจำ ท่านออกธุดงค์ข้ามไปมาทั้งฝั่งไทยและลาวเสาะแสวงหาสถานที่ปลีกวิเวก เป็นเวลา 10 ปี จนได้ทราบข่าวอาการป่วยของโยมแม่ ในขณะนั่นหลวงปู่มีอายุ 32 ปี พรรษา 12 จึงรีบเดินทางมาดูแลแม่ผู้ให้กำเหนิด โดยท่านได้ทำการลาสิขาออกมาดูแลแม่ท่าน จนถึงวาระสุดท้ายของคุณแม่จันทร์ ประมาณครึ่งปี หลวงปู่จึงได้เข้าบรรพชาใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้ท่านก็ออกธุดงค์ข้ามไปยังฝั่งลาว บ้านบุ่ง ท่านจำพรรษาเพื่อพัฒนาวัดบ้านบุ่งอยู่หลายปี ก็ออกเดินทางไปพบหลวงปู่สีทัตถ์อีกครั้งเฝ้าอุปฐาก อยู่กับท่านจนหลวงปู่สีทัตถ์ละสังขาร ท่านบอกคุณครูบาอาจารย์ เราระลึกถึงท่านเสมอ เมื่อแล้วเสร็จจากทุกสิ่งแล้ว ท่านก็กับมาที่ฝั่งไทย มาจำพรรษาที่ วัดโพธิ์ศรี บ้านบะหว้า ต.รามราช .ท่าอุเทน จ.นครพนม ในขณะนั้นยังมีครูบาอาจารย์ที่เป็นทั้งสหธรรมมิกและศิษย์ผู้พี่หลายๆท่าน ท่านเหล่าว่าท่านมักจะไปกราบ และอุปฐาก หลวงปู่สนธิ์ ท่าดอกแก้ว ศิษย์ผู้ใหญ่ในองค์หลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปัณโณ ซึ่งมีศักดิ์เป็นศิษย์ผู้พี่ของท่าน แต่ท่านก็ยกให้เป็นอาจารย์อีกท่านหนึ่งของท่าน เลยทีเดียว นอกเหนือจากหลวงปู่สนธิ์แล้ว ยังมีหลวงปู่คาร คันธิโย หลวงปู่จันทร์ เขมมิโย วัดศรีเทพ ผู้เป็นศิษย์ผู้พี่. ขอศึกษากับท่านอยู่เป็นระยะ.
ผู้เรียบเรียง เอก นครพนม


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น